9 เหตุผลปิดดีล! “เอ็มเค” สู่ขอ “แหลมเจริญซีฟู้ด” แมตช์คู่แต่งธุรกิจ ศีลเสมอ-ขยายอาณาจักร

9 เหตุผลปิดดีล! “เอ็มเค” สู่ขอ “แหลมเจริญซีฟู้ด” แมตช์คู่แต่งธุรกิจ ศีลเสมอ-ขยายอาณาจักร
วามรู้ธุรกิจแฟรนไชส์ ในครั้งนี้ ขออนุญาติหยิบยกข่าวสารแวดวงธุรกิจอาหารของเมืองไทยในรอบเดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นเกร็ดความรู้กันสักหน่อย

            โดยเป็นประเด็นควันหลงข่าวสารธุรกิจเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย เชื่อว่า คงไม่มีข่าวสารใดจะส่งแรงสั่นสะเทือนกระเพื่อมเป็นวงกว้างเท่ากับ ประเด็น ยักษ์ใหญ่แห่งวงการภัตตาคารสุกี้ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ​หรือ MK (เอ็มเคสุกี้) ทุ่มงบ 2,000 ล้านบาท โดยเข้าซื้อหุ้น 65% ของ บริษัท คาตาพัลท์ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านอาหารทะเลชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย “บริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด” (LAEM CHAREON SEAFOOD)  นั่นเอง

            โดยการเคลื่อนไหวของ 2 ยักษ์ใหญ่ เช่นนี้ เป็นที่จับจ้องและสนใจของบรรดาเหล่านักธุรกิจ นักลงทุน และนักวิชาการต่างๆ ซึ่งได้วิเคราะห์ผลลัพธ์ออกมาว่า เป็นสิ่งที่ดีของทั้ง 2 ฝ่าย โดยคาดการณ์ว่า เป็นความตั้งใจและกลยุทธ์ของ  แหลมเจริญ ซีฟู้ด เพื่อตั้งเป้าขยายอาณาจักรให้กว้างใหญ่และมั่นคงมากยิ่งขึ้น ด้วยการจับคู่แต่งงานกับ เอ็มเคสุกี้ นั่นเอง



9 เหตุผล “เอ็มเคสุกี้ ซื้อหุ้น  แหลมเจริญ ซีฟู้ด

1. แหลมเจริญ ซีฟู้ด ปัจจุบันมี 27 สาขาทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (อัปเดท เมื่อเดือนกันยายน 2562) แต่หากจะขยายสาขาเพิ่มภายใต้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน คงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก จึงมองหาวิธีการร่วมลงทุน

2. เอ็มเคสุกี้ ต้องการพัฒนาแบรนด์ต่อไป โดยการซื้อหุ้นของ แหลมเจริญ ซีฟู้ด จะช่วยส่งเสริมในการพัฒนาสินค้า(อาหาร) ภายในร้านอาหาร MK  ให้มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

3. แหลมเจริญ ซีฟู้ด ต้องการดึงจุดแข็งของ เอ็มเคสุกี้  ในเรื่องระบบคมนาคมขนส่ง (Logistic) ทั่วประเทศที่เข้มแข็งและมีมาตรฐาน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการกระจายสินค้าให้กับ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ด้วยเช่นกัน

4. ในแง่มุมของการทำธุรกิจในสเกลขนาดใหญ่เช่นนี้ การซื้อกิจการหรือซื้อหุ้นใหญ่ ย่อมเป็นหนทางที่เร็วและง่ายในการเติบโตบนธุรกิจ แม้ว่าจะต้องใช้เงินจำนวนมากเป็นการซื้อเวลา แต่ก็คุ้มค่าในระยะยาว เพราะธุรกิจไม่ใช่ทำกันเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ซึ่งถือว่า เป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

5. เอ็มเคสุกี้  ย่อมเข้าใจดีว่า การยึดครองตลาดอยู่กับสุกี้เพียงอย่างเดียวคงเสี่ยงเกินไป เพราะทุกวันนี้ถึงแม้ว่าเอ็มเคจะเป็นผู้นำตลาดสุกี้มากกว่า 80-90% ก็ตาม จากตลาดรวมสุกี้ที่ว่ากันว่า ประมาณการณ์มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปีนั้น ทว่าก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะเข็นให้ตลาดรวมเติบโตมากกว่านี้อีกแล้ว จึงต้องการแตกไลน์ ขยายธุรกิจร้านอาหารในกลุ่มหรือรูปแบบอื่นต่อไป

6. เอ็มเคสุกี้  และ แหลมเจริญ ซีฟู้ด มีฐานลูกค้ากลุ่มเดียวกันคือ “ครอบครัว” เพราะฉะนั้น ในเรื่องการทำการตลาดจึงสามารถปรับกลยุทธ์ส่งเสริมหรือเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ง่าย เป็นการร่วมผนึกกำลังสร้างแบรนด์ร้านอาหารให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

7. เอ็มเคสุกี้  แม้จะเป็นธุรกิจร้านอาหารยักษ์ใหญ่ที่ครองเจ้าตลาดสุกี้ขึ้นห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันมีสาขา มากกว่า 450 สาขา ทว่า เครือข่ายร้านอาหารของ เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป ยังไม่ดังเปรี๊ยงปร้างสักเท่าไหร่นัก มีเพียงร้านยาโยอิ(อาหารญี่ปุ่น) ที่ปัจจุบันมีประมาณ 184 สาขาที่พอเชิดหน้าชูตาได้ เพราะฉะนั้น การรวมเข้ากับ แหลมเจริญ ซีฟู้ด จะช่วยสร้างสรรค์การสร้างแบรนด์และทำตลาดในมิติใหม่ๆ  ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

8. เอ็มเคสุกี้  ต้องการลงทุนด้วยวิธีลัด ในการสร้างแบรนด์ร้านอาหารประเภทอื่นๆ เพื่อนำเสนอลูกค้า ให้เข้าถึงด้วยความรวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเพื่อเปิดตลาดใหม่เสียเอง ซึ่ง แหลมเจริญ ซีฟู้ด ถือเป็นแบรนด์ที่มี ศีลเสมอ มีชื่อเสียงและสมน้ำสมเนื้อเหมาะสมกับร่วมทุนกับ เอ็มเคสุกี้

9. แหลมเจริญ ซีฟู้ด เป็นแบรนด์ซึ่งเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่เข้ามาเสริมทัพในเครือ MK ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ทุ่มทุนซื้อกิจการของผู้ประกอบการชาวไทยด้วยกัน  ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ของร้านอาหารที่จับกลุ่มเป้าหมายครอบครัวก็จะชัดเจนขึ้น



ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ
prachachat.net และ mgronline.com

 


จำนวนเปิดอ่าน : 88