“แฟรนไชส์” ต้องคิดก่อนลงทุน (ตอนที่ 1)

“แฟรนไชส์” ต้องคิดก่อนลงทุน (ตอนที่ 1)

เรื่อง “การลงทุน” เป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคน ลองคิดดูสิว่า ใครสักคนถ้าต้องการลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างย่อมต้องคิดพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายๆ ด้าน  นอกจากต้องกำเงินก้อนที่อุตส่าห์เก็บออมมา แล้วยังต้องทุ่มทั้งกายและใจลงไปทำงาน ฝ่าฟันอุปสรรคนาๆ

การลงทุนอย่างนี้ เมื่อตกลงใจแน่วแน่แล้วการถอยหลังเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากทำ บางครั้งก็ดูเหมือนคนหัวแข็งประเภทถอยหลังแล้วล้มเลย ถ้าหากเป็นอย่างนี้แล้ว ก่อนที่จะเริ่มลงทุนต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน อย่าลงทุนหรืออย่าซื้อตามอารมณ์ตัวเอง

และต่อไปนี้ คือ หลักการง่ายในการคิด เสียเวลาทำความเข้าใจสักหน่อยรับรองคิดได้แล้วไม่ผิดหวัง “เพราะแฟรนไชส์นั้นต้องคิดก่อนลงทุน”
 
หลักการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุน
การวิเคราะห์ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นจะต้องมีการเก็บข้อมูล และก่อนเริ่มธุรกิจควรจะมีการทดลองการทำจริงกับธุรกิจสินค้านั้นด้วยเพื่อปรับสภาพจิตใจว่า เราทำได้จริงหรือไม่ นอกจากนั้นข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ นำมาเพื่อการเตรียมการทางด้านธุรกิจและเงินทุน

โดยข้อมูลพื้นฐานจะช่วยให้สามารถเข้าใจสภาพธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งยอดขายที่ควรเป็น ความสามารถในการก่อรายได้ของตัวธุรกิจ เงินลงทุนขั้นต้นที่จะต้องลงทุน การวิเคราะห์การลงทุนในระดับพื้นฐาน เป็นการวิเคราะห์ด้านเงินทุนที่ต้องใช้หมุนเวียน และอาจจะลึกไปถึงการวางแผนการใช้เงินที่ได้มาจากระบบการขายแฟรนไชส์ด้วย โดยทั่วไปการวิเคราะห์การลงทุนที่ผู้ที่จะซื้อธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องคิดให้รอบคอบ และมองความเป็นไปได้โดยยึดหลักดังนี้
 
การวิเคราะห์ส่วนประกอบสิ่งแวดล้อมเพื่อการลงทุน
จัดทำประมาณการลงทุน  : โดยพิจารณาราคาของสินค้า และค่าใช้จ่ายต่างๆ ว่า แฟรนไชส์ซีโดยเฉลี่ยจะต้องเตรียมเงินลงทุนเท่าใดในการประกอบธุรกิจ เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำโปรแกรมเพื่อคำนวณหาประมาณการลงทุนทั้งหมด

นอกจากนี้ยังต้องประมาณค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงร้านเผื่อไว้ด้วย  และหามูลค่าการลงทุนเพิ่มในกรณีอายุการใช้งานของอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจะต้องวางแผนไว้แต่เริ่มดำเนินกิจการ  หากไม่กำหนดไว้ก่อนจะมากำหนดทีหลังจะเป็นเรื่องยากมาก

ทั้งนี้ การลงทุนระบบแฟรนไชส์อาจจะมีข้อมูลที่ต้องจัดเพิ่มเติมด้วย เช่น ลักษณะความชอบในธุรกิจของผู้ที่จะลงทุน ลักษณะการทำงานของผู้ที่เป็นเจ้าของระบบแฟรนไชส์  ความเป็นไปได้ของแผนงานทางการตลาด และแนวทางการสร้างระบบแฟรนไชส์ที่มีกลยุทธ์ที่เหมาะสม มากไปน้อยไปหรือไม่ นี่คือ แผนที่ใช้ในการเดินทางในธุรกิจของเราที่จะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการตัดสินใจ
          
การวิเคราะห์ดังกล่าวต้องมีการจัดทำเอกสารประกอบอื่นๆ ถือว่าเป็นการรวบรวมรายการต่างๆมองในภาพรวมของธุรกิจโดยยังไม่มีการลงมือจัดทำ เพียงให้เห็นความเป็นไปได้ของความคุ้มของตัวธุรกิจให้ชัดเจนมากขึ้น มีรายละเอียดชัดเจนดังนี้
 
1) รายละเอียดการลงทุน  : วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้  ขนาดของอุปกรณ์  เครื่องครัว  เครื่องตกแต่ง  พิจารณาดูว่าจะต้องใช้จำนวนเท่าใด  แบบใด  จะทำให้ทราบจำนวนเงินลงทุนที่ต้องใช้  ทำให้แฟรนไชส์ซีทราบว่าต้องเตรียมเงินลงทุนเท่าใด

2) ยอดกำไรขาดทุน : พิจารณายอดขายของสาขาคู่แข่ง พิจารณาวันเปิด ประมาณยอดขายต่อเดือน  โดยดูจากจำนวนโต๊ะ  แล้วคำนวณยอดขายต่อโต๊ะก็จะทำให้ทราบว่ายอดขายของร้านคู่แข่งเป็นเท่าใด  พิจารณาช่วงเวลาที่ขายไม่ดีที่สุดคือ วันพุธ  และช่วงวันที่ขายดีที่สุดคือ วันเสาร์-อาทิตย์  เปรียบเทียบยอดขายหากจำนวนสาขายิ่งมากการเปรียบเทียบยิ่งจะทำได้ง่าย 

3) จัดทำงบกระแสเงินสด : หลังจากทราบแล้วว่ามีวัสดุ  อุปกรณ์ใดบ้าง  มีจำนวนเท่าใด  และต้องใช้เงินทุนเท่าใดแล้ว  เราจะต้องจัดทำงบกระแสเงินสดเพื่อแสดงจำนวนเงินสดออก  และเงินสดเข้าเพื่อเตรียมไว้ให้แฟรนไชส์ซอร์พิจารณา 

4) จัดทำประมาณการยอดกำไร – ขาดทุนของร้าน : หาจุดคุ้มทุนโดยพิจารณาว่าร้านจะต้องขายได้เท่าใดจึงจะคุ้มทุน  พิจารณารายได้เปรียบเทียบกับต้นทุนที่จ่าย 
           
ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ โดยการจัดทำแผนการทำงานและรายละเอียดข้อมูลพื้นฐานก่อนเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีสิ่งที่ทั้ง แฟรนไชส์ซอร์ และ แฟรนไชส์ซี ควรต้องศึกษาและทราบรายละเอียดอื่นๆ อีก   อดใจรอติดตามในบทความ “แฟรนไชส์ต้องคิดก่อนลงทุน” (ตอนจบ) ในสัปดาห์ต่อไป ทางช่องทาง www.flathailand.com



ขอขอบคุณบทความธุรกิจ
ดร
.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ CFE
ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด


จำนวนเปิดอ่าน : 313