เลือกคู่ชีวิต

เลือกคู่ชีวิต


การลงทุนแฟรนไชส์เสมือนเลือก “คู่แต่งงาน”  โดยก่อนที่ตัดสินใจตกล่องปล่องชิ้นก็ต้องศึกษาดูใจกันเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อน จนกระทั่งเข้าใจ แน่ใจ หรือแน่ชัดแล้วว่า แฟรนไชส์ที่คุณเลือกลงทุนนั้นจะทำให้คุณเติบโตและนำพาไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จอย่างมั่นคง

วันนี้ เรามีวิธีการเลือกจับคู่ธุรกิจแฟรนไชส์ให้การลงทุนของคุณสมหวังไม่ผิดพลาด และประสบความสำเร็จ  จะช่วยให้การบริหารแฟรนไชส์ราบรื่น ไม่มีสะดุด กับ 4 ขั้นตอนดังนี้


1. เข้าใจในความหมายธุรกิจแฟรนไชส์

กล่าวคือ ซื้อแฟรนไชส์ไม่เหมือนการซื้อหุ้น ที่ลงทุนแต่ไม่ต้องลงแรง แต่การลงทุนแฟรนไชส์เป็นเรื่องของ Licensing คือ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ เพราะฉะนั้น เมื่อคุณลงทุนแล้ว คือ การทำสัญญากับเจ้าของแบรนด์หรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ์ต่าง ๆ เพื่อประกอบกิจการ คุณต้องใช้มันสมองและสองมือ อาจต้องมีการลงแรง และนำเอาระบบการบริหารจัดการของผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือแฟรนไชสซอร์มาประกอบกิจการสาขาแฟรนไชส์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและขั้นตอนการดำเนินงานในมาตรฐานเดียวกัน


2. ถ้ารู้ตัวว่าเราชอบทำอะไรแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกแฟรนไชส์

กล่าวคือ ให้ถามใจคุณว่า หากคุณมีเป้าหมายที่อยากทำธุรกิจ และมีความรู้ มีโนว์ฮาวของคุณเองที่ชัดเจนอยู่แล้วล่ะก็  ระบบแฟรนไชส์ก็ไม่จำเป็นสำหรับคุณ แต่ในทางกลับกัน หากคุณไม่ต้องการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ อยากได้โนว์ฮาว อยากมีที่ปรึกษา อยากมีทีมช่วยสนับสนุน และซื้อความสำเร็จมาบริหารได้เลย คำตอบคือ คุณควรเลือกซื้อแฟรนไชส์ ทว่า การเลือกคู่แฟรนไชส์ ก็ต้องศึกษาพิจารณาดูก่อนเช่นกัน มิเช่นนั้นชีวิตคู่คุณก็ย่อมไม่สมหวัง


3. ศึกษาดูใจ “ซอร์” ด้วยความใจเย็น

คุณควรใช้เวลาทำการบ้านและพิสูจน์ดูก่อน โดยหาแบรนด์ที่เหมาะสม คัดเลือก เปรียบเทียบ สังเกตการณ์และทดลองใช้บริการด้วยตัวเองดูก่อน หลังจากนั้นศึกษาเงื่อนไขการลงทุนแฟรนไชส์ และสอบถามข้อสงสัย แนวคิดการบริหารแฟรนไชส์ และวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อคุณเกิดปัญหากับแฟรนไชส์ซอร์อย่างตรงไปตรงมา ก่อนตัดสินใจเลือกเขาเป็นคู่ค้าธุรกิจ เพราะการทำธุรกิจย่อมมีปัญหาตามมาแน่นอน แต่จะช่องทางหรือวิธีการช่วยเหลือสนับสนุนคุณให้ประคองชีวิตคู่ไปได้อย่างไร หรือหากไม่สามารถแก้ไขปัญได้แล้วจริง ๆ จะรับผิดชอบหรือมีการแบ่งสินสมรสอย่างไร เป็นต้น


4. คู่แท้ ต้องไม่ทอดทิ้ง
           
กล่าวคือ เมื่อคุณตัดสินใจจรดปากกาเซ็นสัญญาและเลือกลงทุนแฟรนไชส์นั้นแล้ว เมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ในธุรกิจก็ตามแต่ แฟรนไชส์ซอร์ ต้องพร้อมที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคุณในทุกสถานการณ์ หรืออย่างน้อยต้องมีวิธีการซัพพอร์ท ช่วยหาทางออก เตรียมแผนรับมือต่าง ๆ เช่น การช่วยเหลือด้านการบริหารหน้าร้าน การสต๊อกสินค้า การทำตลาด การฝึกอบรม ฯลฯ โดยที่จะต้องไม่ทอดทิ้งคุณให้เผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว
           

บทสรุป การซื้อแฟรนไชส์มาลงทุนก็เปรียบเสมือน การเลือกคู่ชีวิตทางธุรกิจ ทั้งนี้ จะให้เขาเป็นดั่งใจเราทุกอย่าง หรือจะให้เราปรับเปลี่ยนที่เขาต้องการทุกอย่างก็คงเป็นไปไม่ได้

ทว่าหากทั้งสองฝ่ายสามารถศึกษาเรียนรู้ดูใจ เพื่อพิสูจน์และสร้างความเชื่อมั่นต่อกันมาแล้วระยะหนึ่ง และหากเข้าใจกัน เจรจาตกลง ยืดหยุ่น ผ่อนปรนกันได้ ก็ถือว่า คุณได้เจอคู่ที่เหมาะสมทางธุรกิจแล้ว


ส่วนใครที่ยังไม่เจอ หรือกำลังศึกษาหาข้อมูลธุรกิจแฟรนไชส์อยู่ ขอให้คุณโชคดี เจอคู่ที่เหมาะสมกับคุณครับ

 


จำนวนเปิดอ่าน : 197