บทสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์

หน้าแรก

บทสัมภาษณ์

“ไจแอ้นท์ส ยากินิกุ” ผู้บุกเบิกร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ปรับโฉมใหม่ เสิร์ฟความอร่อยแบบ “อลาคาส”

คุณหนึ่งฤทัย ตวงโชคดี

“ไจแอ้นท์ส ยากินิกุ” ผู้บุกเบิกร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ปรับโฉมใหม่ เสิร์ฟความอร่อยแบบ  “อลาคาส”

“อาชีพคนทำอาหาร ไม่เหมือนกับอาชีพอื่น สำหรับผม เชฟหรือกุ๊ก เป็นได้ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย อยู่ที่ว่าจะเลือกเป็นแบบไหน ส่วนผมเลือกที่จะเป็น ผู้สร้างสรรค์อาหารที่ดีให้กับคนกิน”

            ประโยคด้านบน คือ คำพูดที่แสนจะธรรมดา แต่ฟังแล้วกินใจและยังคงตราตรึงดังก้องอยู่ในหัวของทีมงานเว็บไซต์สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ (FLA) จนถึงวันนี้ หลังจากมีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณหนึ่งฤทัย ตวงโชคดี (คุณหนึ่ง) เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น แบรนด์  Giants Yakiniku หรือ “ไจแอ้นท์ส ยากินิกุ” ที่ผู้บริโภคคนไทยได้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย พร้อมกับยกให้เป็นร้านอาหารเนื้อย่างสไตล์ยากินิกุแบบญี่ปุ่นต้นตำรับของแท้ และเป็นเจ้าแรกๆ ที่บุกเบิกร้านอาหารสไตล์นี้ในประเทศไทย




            ทีมสื่อสมาคมฯ ได้มีโอกาสอัพเดทธุรกิจของ คุณหนึ่งฤทัย ในปี พ.ศ.2562 นี้ ซึ่งจากข้อมูลอัพเดท มีความน่าสนใจในแบรนด์ ไจแอ้นท์ส ณ ปัจจุบัน โดยทราบว่า เติบโตขยายสาขาไปแล้วประมาณ 12 สาขา นอกจากนี้มีการทำ R&D เมนูใหม่ๆ ในร้านเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
            รวมทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้บริการจาก ‘บุฟเฟ่ต์’ สู่ ‘อลาคาส’ (a la carte) ในบางสาขาแล้วเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมเทรนด์คนรักสุขภาพเริ่มต้นง่ายๆ จากการบริโภคอาหารที่ดี อร่อย และคุ้มค่าราคาไม่แพง ซึ่งคำตอบนั้น คือ “ไจแอ้นท์ส”
 
ชีวิตเด็กหนุ่ม ‘โรบินฮูด’ สู่เจ้าของร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น เจ้าแรกในไทย
            ย้อนกลับไปร่วม 24 ปี เรื่องราวของ ‘คุณหนึ่ง’ โดยหลายท่านเคยได้ทราบกันบ้างแล้ว ชีวิตคุณหนึ่งเปรียบเสมือน ‘โรบินฮูด’ ใช้ชีวิตในต่างแดน จากเด็กหนุ่มไทยที่แสนจะธรรมดา ครอบครัวไม่ได้มีฐานะดีเด่นอะไร ศึกษาร่ำเรียนจบวุฒิเทียบเท่า ม.6 จนกระทั่งเหตุผลของครอบครัว ทำให้ระหกระเหินไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น

            ชีวิตในต่างแดนของ คุณหนึ่ง เริ่มต้นทำงานในร้านอาหารตั้งแต่เป็นเด็กล้านจานอยู่ก้นครัว สะสมประสบการณ์หลายปี กับการทำงานร้านอาหารในแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งชีวิตของลูกผู้ชายคนนี้ต่อสู้มาโดยตลอด แต่ด้วยความกล้า และมีเป้าหมายในอนาคต โดยเมื่อเวลาผ่านไปได้ตกผลึกให้เด็กบ้านๆ คนหนึ่งได้กลายเป็นเชฟมืออาชีพในร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างเต็มภาคภูมิ

   
                                                                       
           
           “สมัยก่อนตอนที่ผมไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น จริงๆ แล้วมีอาชีพให้เลือกทำหลากหลาย แต่สุดท้ายผมเลือกที่จะทำอาหาร เพราะมองว่า อาหารสามารถทำเป็นอาชีพได้ และถ้าเราทำของกินให้อร่อยได้แล้ว จะไปอยู่ที่ไหน เปิดร้านขายที่ไหนก็มีคนกิน สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้อร่อยและราคาไม่แพง

          โดยเมื่อกลับจากญี่ปุ่น และมีความพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว ผมกลับมาอยู่เมืองไทย ก็อยากเปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น แต่ความยากในสมัยนั้นอยู่ที่เรายังไม่รู้จักแหล่งวัตถุดิบ จึงต้องสร้างเครือข่ายทำความรู้จักกับร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งสมัยก่อนเปิดไม่มากเหมือนเช่นวันนี้ เช่น เข้าไปกินอาหารญี่ปุ่น ร้านย่านสุขุมวิท เป็นสิบๆ ร้าน เพื่อชิมอาหารและพูดคุยกับเชฟ รวมถึงเด็กเสิร์ฟ ได้ถามถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ สำรวจพฤติกรรมการกินของคนไทย เพื่อเก็บข้อมูลในการทำร้านของตนเอง  

          ความยากต่อมา คือ จากที่เราเป็นเชฟ แต่เราต้องมาทำร้านอาหาร ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องการออกแบบร้านเลย โดยร้านแรกที่ผมจะสร้างขึ้นนั้น ช่างที่ต่อเติมร้าน ถามผมว่า จะขอดู floor plan ซึ่งคืออะไร เรายังไม่รู้จักเลย ครั้งนั้นจำได้ว่า ผมไปหาซื้อชอล์ก แล้วมาขีดๆ เขียนๆ วาดภาพแบบบ้านๆ บอกกับช่าง ซึ่งนั่นคือ floor plan แรกของผม


          ดังนั้นความยากง่าย ของการเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหารของผมอาจจะยากกว่าคนอื่น เพราะเราไม่มีพื้นฐานอะไรพวกนี้เลย การตลาดก็ไม่รู้ การคำนวณต้นทุนก็ไม่รู้ เราแค่ทำอาหารเป็นอย่างเดียว แต่นั่นคือ จุดแข็งที่สุดของเรา เราจึงต้องทำอาหารให้ดีที่สุด และพยายามศึกษาเรียนรู้เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม คุณหนึ่งฤทัย กล่าว
 

ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกเมนูต้อง “ดี” และ “อร่อย”
            คุณหนึ่งฤทัย เล่าต่อว่า เริ่มแรกทำการตลาดโดยสร้างการรับรู้จากกลุ่มผู้บริโภคเล็กๆ นั่นคือ คนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทย และคนไทยที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ปิ้งย่าง โดยมีแนวคิดสร้างร้าน “ไจแอ้นท์ส” โดยเปิดในทำเลที่คนญี่ปุ่นทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ในย่านนั้นๆ ซึ่งสาขาแรกคือ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา (อยุธยาซิตี้พาร์ค) เพราะคนญี่ปุ่นทำงานและอาศัยอยู่ย่านนั้นจำนวนมาก

            สาขาถัดมา คือ สาขาศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นนิคมอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับ สาขาถัดมาคือ สาขานิคมฯ นวนคร จ.พระนครศรีอยุธยา สาขาต่อมา อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 33/1 ยูเอฟเอ็มฟูจิ ซุปเปอร์ 2 และต่อมาคือ สาขาที่สีลม-ธนิยะ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการทั้งหมดกว่า 12 สาขา

            ทั้งนี้ สมัยก่อนเพิ่งเริ่มมีสื่อโซเชียล โดยเริ่มมีลูกค้ามารับประทานที่ร้านแล้วถ่ายรูปนำไปโพสต์ลงเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Pantip.  จึงทำให้แบรนด์ ไจแอ้นท์ส เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

            เมื่อถามถึงจุดเด่นและบริการของร้าน ไจแอ้นท์ส  คุณหนึ่งฤทัย บอกว่า แน่นอนว่า จุดเด่นคือ เรื่องของเมนูอาหาร ที่ต้องดีมีคุณภาพและอร่อย เพราะส่วนตัวเป็นเชฟ จึงต้องใส่ใจและพิถีพิถันในการทำเมนูอาหารทุกเมนูและทุกขั้นตอน

            โดยทางร้านมีความสามารถและชำนาญสูงในการคัดสรรวัตถุดิบ มีความสามารถในการออกแบบเมนู และทางร้านมีความสามารถในการทำรสชาติอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทว่าก็มีการผสมผสานในแบบฉบับรสชาติของคนไทยอยู่ด้วยเช่นกัน

            “ไจแอ้นท์ส ใส่ใจทุกรายละเอียด เรายังยึดหลักการล้างผักและซาวข้าวแบบญี่ปุ่น คำนึงถึงการให้ไทม์มิ่ง ในการทำอาหารแต่ละชนิดแบบโฮมเมด ยกตัวอย่าง การล้างผัก เราจะแกะทีละใบๆ และล้างด้วยน้ำเปล่าทีละใบ จากนั้นแช่น้ำนำมาพักรวมกันไว้ ก่อนนำขึ้นไปช็อกในน้ำแข็งหรือน้ำเย็น เพื่อคงความสด

          หรือการซาวข้าว เราใช้วิธีซาวให้ข้าวสัมผัสกัน โดยใช้มือขัดถู แล้วจึงรินน้ำสะอาด แช่จนกระทั่งน้ำเริ่มใส จากนั้นนำข้าวแช่น้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิในข้าว จากนั้นนำข้าวพักเอาไว้ก่อน จึงนำไปหุงได้ โดยการหุงเราก็ยังต้องใช้ไม้คนข้าว และตลบข้าว เพื่อให้ข้าวหอมนุ่มสุกทั่วกัน หรือแม้แต่การแยกชิ้นส่วนของเนื้อสัตว์ เราก็ยังต้องรักษาอุณหภูมิในช่วงเวลาการแยกชิ้นส่วนเช่นกัน

           ส่วนเรื่องบริการ ไจแอ้นท์ส บริการแบบบ้านๆ หมายความว่า เราคำนึงว่า ถ้าเราเป็นลูกค้า เราอยากได้บริการอะไรกับทางร้านอาหารที่เข้าไปนั่งกิน อยากได้การดูแล อยากได้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดปัญหา เช่น บริการช้าไป บริการอาหารรสชาติเค็มไป ฯลฯ เราจะต้องเข้ามารับผิดชอบให้กับลูกค้า ณ ตอนนั้น เพื่อให้ลูกค้าเดินออกจากร้านและกลับบ้านอย่างสบายใจ ประทับใจ และกลับมาหา ไจแอ้นท์ส อีก

 
นิยาม “ไจแอ้นท์ส”
• ไจแอ้นท์ส โดดเด่นเรื่อง “เนื้อลายมัน”  
• ไจแอ้นท์ส จัดเสิร์ฟสวยงาม ทุกเมนูต้อง ถ่ายรูปได้
• ไจแอ้นท์ส คือ ความคุ้มค่า ราคาไม่แพง
• ไจแอ้นท์ส คือ ความอร่อย ซึ่งทุกเมนูของร้านต้องอร่อย ถ้าไม่อร่อยเราตัดทิ้ง
           
“อลาคาส” อาหารดี-อร่อย-ราคาถูก ยังมีอยู่ในโลก
            สำหรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการจาก ‘บุฟเฟ่ต์’ เป็น ‘อลาคาส’ นั้น คุณหนึ่งฤทัย เผยว่า ปัจจุบันเทรนด์คนกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีมีมากขึ้น อย่างไรก็ตามทางร้านยังมีให้บริการทั้งรูปแบบบุฟเฟ่ต์ และ อลาคาส ซึ่งได้ทดลองและอยู่ระหว่างทำการตลาด โดยสาขาที่ปรับเปลี่ยนเป็น  อลาคาส แล้วได้แก่ สาขาแรกที่ อยุธยา , สาขาบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่ และที่สาขา จ.ลพบุรี เป็นต้น

            “สุขภาพที่ดีเริ่มต้นง่ายๆ จากการกิน ทำให้คนแสวงหาอาหารที่ดี อร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่สุด เมื่อโจทย์คือ อาหารที่ดี อร่อย ราคาไม่แพง นั่นจึงหมายถึง การกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ซึ่งด้วยเหตุนี้ เมื่อเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน เราจึงค่อยๆ ทดลองเปลี่ยน และเราก็ทำสำเร็จ ภายใต้รูปแบบ อลาคาส

           ผมอยากจะเปรียบเทียบยกตัวอย่างง่ายๆ โดยการขายอาหารบุฟเฟ่ต์ ในมุมคนทำอาหารเหมือนถูกจำกัดตีกรอบด้วยเรื่องของราคา สมมติว่า ผู้บริโภคบอกว่า ชอบกินกุ้งมาก และกินแต่กุ้ง แต่หารู้ไม่ว่า คุณกำลังจ่ายค่าผักให้ลูกค้าอีกโต๊ะอยู่ เพราะมันถูกเฉลี่ย Everest Cost ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณไม่มีทางกินกุ้งที่ดีไปกว่านี้ได้
          หรือ ถ้าคุณบอกว่า ฉันชอบกินเนื้อ ฉันจะกินเนื้ออย่างเดียวก็คุ้มแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า คุณกำลังจ่ายค่าเศษเนื้อเพียงเล็กน้อยของทางร้านอยู่ เหตุเพราะบุฟเฟ่ต์ คือการ  Everest Cost ทั้งหมดนั่นเอง

          เพราะฉะนั้น ผมจึงรู้สึกไม่สนุกกับความเป็นกุ๊กหรือเชฟของเรา แต่พอปรับเป็น อลาคาส ลูกค้าอยากกินอะไร ก็สั่งอันนั้น นั่นหมายความว่า คุณสามารถกินหมู กินเนื้อ ฯลฯ ที่ดีกว่าบุฟเฟ่ตได้ ในขณะที่คุณจ่ายเงินในราคาประมาณ 300 กว่าบาท/คน ซึ่งราคาก็พอๆ กับกินบุฟเฟ่ต์ แต่อิ่มเหมือนกัน และไม่ทำลายสุขภาพ นั่นจึงทำให้ลูกค้าที่เคยกินบุฟเฟ่ต  และเข้าใจในเหตุผลค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนมากินแบบ อลาคาส เพราะอาหารอร่อยกว่า ได้คุณภาพกว่า และราคาไม่แพง


            ด้านรูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ Giants หรือ “ไจแอ้นท์ส” สำหรับผู้สนใจ โดยคุณหนึ่งฤทัย  กล่าวเสริมว่า มีการปรับเปลี่ยนจากระบบแฟรนไชส์ที่ได้มาตรฐาน (Format Franchise) ผ่านการรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ โดยจากขนาดใหญ่ มาสู่ ขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้สนใจลงทุนเข้าถึงได้ง่ายและเอื้อประโยชน์ต่อทำเลที่ตั้งร้านที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใช้สอยมากนัก เพียง 100 ตารางเมตร รองรับลูกค้าในร้านประมาณ 20-30 ที่นั่ง ถือเป็นสเกลร้านที่สามารถบริหารจัดการได้ง่าย

            ปัจจุบัน รูปแบบแฟรนไชส์ร้าน “ไจแอ้นท์ส” ลงทุนเริ่มต้น 2 ล้านบาท โดยมีค่าแรกเข้า (Franchise Fee)  450,000 บาท ทั้งนี้ในส่วนการบริหารจัดการร้าน การฝึกอบรมเจ้าของร้าน การเซ็ทอัพระบบภายในร้าน การทำการตลาด การพัฒนาเมนูอาหาร และการดูแลแฟรนไชส์ซีในด้านอื่นๆ จะได้รับการดูแลจากแฟรนไชส์ซอร์หรือเจ้าของแบรนด์ตลอดอายุสัญญา

            ทั้งนี้ คุณหนึ่งฤทัย ฝากถึงผู้สนใจแบรนด์ “ไจแอ้นท์ส” ไว้ว่า สามารถติดต่อสอบถามพูดคุยกันก่อนได้ โดยมุ่งเน้นการทำร้านที่ลงทุนให้ต่ำ ทำไซส์ให้เล็ก เพื่อลดความเสี่ยง แล้วหากประสบความสำเร็จจึงค่อยๆ ขยับขยายต่อไป

            และคุณสมบัติผู้ลงทุนอีกอย่างคือ  ต้องมีไลฟ์สไตล์และใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้จะเปิดร้านอาหาร แต่คุณต้องมีเวลาให้กับครอบครัว เช่น คุณยังมีเวลาไปเที่ยวได้ มีเวลาไปรับส่งลูกที่โรงเรียน มีเวลาดูแลครอบครัวและอยู่กับคนที่คุณรักได้เหมือนเดิม

            พร้อมฝากถึงผู้บริโภคที่รักสุขภาพและชื่นชอบอาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยว่า ไจแอ้นท์ส คือทางเลือกของคนรักสุขภาพและชอบกิน โดยใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ชอบทานเนื้อ อย่างเช่น เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง

 
ข้อมูลติดต่อ Giants Yakiniku (ไจแอ้นท์ส ยากินิกุ)
โทร. 089 634 6444
เฟซบุ๊ก : Giants Yakiniku

 

จำนวนเปิดอ่าน : 1,060