ระเบียบและข้อกำหนดสำหรับสมาชิก

ประเภทสมาชิก

สมาชิกของสมาคมการค้าแบ่งออกเป็นสามประเภทและมีคุณสมบัติดังนี้คือ

  1. สมาชิกสามัญ
    ได้แก่ นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ และ/หรือไลเซนส์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และจดทะเบียนวัตถุประสงค์เพื่อขายแฟรนไชส์และ/หรือไลเซนส์
  2. สมาชิกวิสามัญ
    ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจแฟรนไชส์ และ/หรือไลเซนส์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  3. สมาชิกกิตติมศักดิ์
    ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิกและผู้นั้นตอบรับคำเชิญ

คุณสมบัติของสมาชิก

สมาชิกของสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ จากคุณสมบัติตามข้อ 5. แล้ว ยังต้องประกอบ ด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) กรณีบุคคลธรรมดา

  1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
  2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
  3. ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท
  4. ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม
  5. เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร
  6. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

(2) กรณีนิติบุคคล

  1. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  2. มีฐานะมั่นคงพอสมควร

ให้นำความในข้อ 6.(1) มาใช้บังคับแก่คุณสมบัติของผู้แทนนิติบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกตาม ข้อ 10. ด้วย

สิทธิของสมาชิก

  1. ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการ อันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
  2. เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมหรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมเพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
  3. ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ
  4. เข้าร่วมประชุม อภิปราย แสดงความคิดเห็น ซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สมาชิก
  5. มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม
  6. สมาชิกสามัญมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการ

หน้าที่ของสมาชิก

  1. ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมตามมติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการ และหน้าที่ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด
  2. ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของสมาคม ตลอดจนต้องรักษาความลับในข้อประชุมหรือวิธีการของสมาคม ไม่เปิดเผยข้อความซึ่งอาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมโดยเด็ดขาด
  3. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรืองและมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
  4. ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิก และปฏิบัติกิจการค้าในทำนองช่วยเหลือกันด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
  5. ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด
  6. สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจหรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือ ภายในกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันเปลี่ยนแปลง

การสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญของสมาคมจะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกเป็นผู้รับรองอย่างน้อยสองคน

ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม

15.1 ค่าลงทะเบียนการเป็นสมาชิกอัตรา 500 บาท
15.2 ค่าบำรุงสมาคม

  1. สมาชิกสามัญ ชำระค่าบำรุงปีละ 5,000 บาท
  2. สมาชิกวิสามัญ ชำระค่าบำรุงปีละ 2,000 บาท
  3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น

ค่าบำรุงพิเศษ

สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม

การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ให้เลขาธิการหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไปหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ

วันเริ่มสมาชิกภาพ

สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงประจำปีของสมาคมเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล

กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล สามารถใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้ กรณีนิติบุคคลนั้นมีกรรมการผู้มีอำนาจมากกว่าหนึ่งคน ให้กรรมการเพียงหนึ่งคนใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น

สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลอาจแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้แทน เพื่อให้ใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นก็ได้ โดยให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการ ผู้แทนดังกล่าวใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้จนกว่านิติบุคคลนั้นจะมีหนังสือแจ้งเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น

การขาดจากสมาชิกภาพ

สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้

  1. ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
  2. ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5.
  3. ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการ
  4. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
  5. ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
  6. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
  7. คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
    1. กระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา
    2. กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา
    3. ไม่ชำระค่าบำรุงประจำปีและได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ครบสามสิบวันแล้ว
สมัครสมาชิกสมาคม